Bespoke Shoes & Custom Made Shoes

คู่มือการเลือกรองเท้าหนังสำหรับผู้ชาย

Spread the love

ผู้ที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่คงต้องเคยเจอช่วงเวลาที่เราลองรองเท้าแล้วรู้สึกว่ามันคับเกินไป หรือหลวมเกินไป ทั้งๆที่มันเป็นเบอร์รองเท้าปกติที่เราเคยใส่มาตลอด นั่นเพราะความจริงแล้วเบอร์รองเท้าเป็นการระบุถึง “ความยาว” ของรองเท้าเป็นหลัก แต่สาเหตุสำคัญที่ทำให้รองเท้าบางคู่เรากลับใส่ได้ไม่พอดีทั้งๆที่เป็นเบอร์ของเราเองนั้นมาจาก Shoe Last ที่แตกต่างกันของรองเท้าแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อนั่นเอง

Bespoke Shoes & Custom Made Shoes ต่างกันอย่างไร

ปัญหาของ Last ที่ไม่พอดี จนต้องเพิ่มหรือลดขนาดรองเท้านั้นจะหายไป เมื่อผู้ชายเราตัดสินใจ “สั่งตัดรองเท้า” แบบ “Bespoke Shoes” ซึ่งเป็นรูปแบบการทำรองเท้าที่จะทำการวัดขนาดของเท้าเราอย่างละเอียดยิบ แล้วนำข้อมูลทั้งหมดไปสร้าง “Last ใหม่” ที่เป็น Shoe Last ที่ถูกออกแบบมาสำหรับเท้าของเราโดยเฉพาะคนเดียวเท่านั้นจริงๆ จากนั้นก็จัดการตัดเย็บรองเท้าตาม Last ของเราคนเดียว

อย่างไรก็ตามยังมีตัวเลือกรองลงมาที่พอจะช่วยได้นั่นก็คือการสั่งตัดรองเท้าแบบ “custom made shoes ” ซึ่งจะใช้รูปแบบของ Last ที่เขามีอยู่แล้ว จากนั้นก็จัดการตกแต่ง ตัดตรงนั้นออกหน่อย เสริมตรงนี้เพิ่มนิด ตามความรู้และความชำนาญของช่าง เพื่อให้รองเท้าคู่นั้นพอดีกับเท้าของเราได้โดยที่ไม่ต้องเพิ่มหรือลดไซส์ทั้งตัวจนอาจทำให้รองเท้าผิดสัดส่วนได้นั่นเอง

รองเท้าหนัง ถือเป็นเครื่องแต่งกายที่ผู้ชายไทยมีความจำเป็นที่จะต้องใส่กันบ่อยๆ ที่เห็นชัดๆก็คือการเรียนมหาวิทยาลัยที่นิสิตนักศึกษาก็ต้องเริ่มใส่รองเท้าหนังกันอย่างจริงจังไปจนถึงวัยทำงาน ที่คนทำงานออฟฟิศทุกคนคงจะคุ้นเคยกับรองเท้าหนังกันเป็นอย่างดี รองเท้าหนังของผู้ชายจะมี “ลำดับขั้นของความเป็นทางการ” ดังนี้

1. Oxford Cap Toe (อ๊อกซ์ฟอร์ด แค็บ โท)

รองเท้าหนัง Oxford Cap Toe สีดำจะมีความเป็นทางการที่สูงมาก ลักษณะของรองเท้าหนังทรง Oxford สังเกตได้ง่ายๆจากรูปทรงที่จะมีปลายมน มีเชือกผูก และส่วนหนังตรงเชือกรองเท้าจะชิดติดกันจนมองไม่เห็นเชือกรองเท้าที่ไขว้กันไปมาอยู่ด้านลง

2. Whole Cut Oxford (โฮล คัท อ๊อกซ์ฟอร์ด)

ยังอยู่กับรองเท้าทรง Oxford ครับ แต่ด้วยการตัดเย็บที่มาจากหนังชิ้นเดียวทำให้มันถูกเรียกว่า Whole Cut และทำให้มันไม่มีลวดลายใดๆอยู่บนตัวรองเท้า ทำให้รองเท้า Whole Cut Oxford เป็นรองเท้าที่ดูเรียบหรูและมีความเป็นทางการที่สูงเทียบเท่ากับรองเท้า Oxford Cap Toe ได้เลยทีเดียว

3. Semi-Brogue Oxford  (เซมิ-โบร๊ก อ๊อกซ์ฟอร์ด)

รองเท้า Semi-Brogue Oxford จะมีรูปร่างหน้าตาและแนวเย็บต่างๆเหมือน Oxford Cap Toe แต่จะต่างตรงที่ตามรอยเย็บนั้นจะมีลวดลายฉลุเพิ่มเติมขึ้นมาตกแต่งขึ้นมาให้ดูมีลูกเล่นมากขึ้น

4. Derby (ดาร์บี้)

Derby ที่ต่างจากทรง Oxford ตรงแผ่นหนังที่มีรูเชือกผูกรองเท้าจะไม่ชิดกัน จึงเผยให้เห็นลิ้นหนังที่อยู่ใต้เชือกรองเท้าด้านล่าง รวมไปถึงชิ้นหนังจะแยกออกจากกันตรงช่วงปลายหรือที่เรียกว่า “Open Lace”

5. Double-Monk Straps (ดับเบิ้ล-มั้งค์ สแตร็บส์)

รองเท้า Dress shoes รูปแบบหนึ่งที่มีลักษณะ high Vamp (ลิ้นหนังปิดเต็มหลังเท้า) แบบเดียวกับ Oxford และ Derby แต่ตัดระบบผูกเชือกออกแล้วใช้สายรัดที่มีลักษณะคล้ายเข็มขัดเป็นตัวรัดให้รองเท้ากระชับแทน

6. Wingtip Oxford (วิงทิป อ๊อกซ์ฟอร์ด)

เป็นรองเท้าหนังทรง Oxford อีกแบบหนึ่ง แต่จะมีลวดลายฉลุแบบ brogue แต่ที่รอยเย็บตรงช่วงปลายรองเท้าจะเย็บเป็นรูปทรงหยักโค้งคล้ายปีกนก จึงทำให้มันได้ชื่อว่า “Wingtip

 

ข้อมูลจาก https://www.mendetails.com/style/men-dress-shoes-formal-level/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *